ท้าทายความเชื่อ! สถาปนิกญี่ปุ่นออกแบบบ้านสุสานรูปไข่ใจกลางโอซาก้า

เมื่อสถาปนิกอยากท้าทายความเชื่ออะไรบางอย่าง สิ่งก่อสร้างหน้าตาแปลกประหลาด คลับคล้ายคลับคลา ‘ไข่’ ฟองใหญ่จึงถูกตั้งอยู่ใน Osaka! โดยแนวคิดของสิ่งก่อสร้างดังกล่าวนั้นถูกสร้างขึ้นมาจากแนวคิดการสร้างสุสาน เนื่องจาก Ryuichi Ashizawa สถาปนิกชาวญี่ปุ่นต้องการท้าทายความเชื่อที่ว่าสุสานถูกสร้างขึ้นเพื่อจักรพรรดิหรือผู้มีนำนาจสูงส่งเท่านั้น เขาจึงได้ก่อสร้างบ้านที่มีรูปไข่ซึ่งเป็นสัญญะของสุสานตั้งไว้อยู่ด้านหน้าและเชื่อมต่อความพื้นที่ภายในบ้าน

แนวคิดการออกแบบบ้านรูปไข่

แต่การก่อสร้างสุสานในเขตที่อยู่อาศัยนั้นเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมายในประเทศญี่ปุ่น โดยการออกแบบบ้านทั่วไปมักจะมีการเชื่อมโยงกับ ‘ความเป็น’ มากกว่า ‘ความตาย’ พื้นที่ในบ้านจึงถูกดีไซน์ออกมาให้ดูปลอดโปร่ง มีชีวิตชีวิต ดูน่าอยู่ ห้องต่างๆ ภายในบ้านจะถูกออกแบบมาเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้อยู่อาศัย สิ่งที่จะแสดงออกถึงความตายได้มากที่สุดในบ้านทั่วไปก็มีเพียงแค่แท่นบูชาหรือหิ้งเคารพผู้ที่จากไปแล้วเท่านั้น แต่ Ryuichi ไม่ได้ต้องการสร้างบ้านที่ดูธรรมดาเช่นนั้น เขาต้องการให้บ้านหลังนี้สื่อถึงความดาร์ก ฉีกออกไปจากขนบธรรมเนียมเดิมๆ และต้องการให้สิ่งก่อสร้างแห่งนี้เป็นสัญลักษณ์ของการล่วงลับ จึงกลายเป็นบ้านที่มีโดมรูปไข่ตั้งอยู่อย่างกลมกลืน

เจาะลึกรายละเอียดของบ้าน

นอกเหนือจากที่บ้านหลังนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นสัญลักษณ์ของความตายแล้ว บ้านหลังนี้ก็สามารถอยู่อาศัยได้จริง สำหรับรายละเอียดของบ้านหลังนี้จะเริ่มต้นจาก Living Space ซึ่งมีด้วยกัน 2 ห้อง อยู่ภายใต้เพดานไม้สูงโปร่งรูปจั่ว พร้อมกับทางเดินรอบบริเวณ นอกจากนี้ยังมีชั้นหนังสือที่ถูกสร้างเอาไว้ตรงมุมผนังเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้อยู่อาศัยที่อยากให้พื้นที่ตรงนี้กลายเป็นห้องสมุดท้องถิ่นและเปิดให้เด็กๆ ในชุมชนหรือว่าคนทั่วไปที่สนใจสามารถเข้ามาเยี่ยมชมได้ตามอัธยาศัย

บ้านหลังนี้จะสมบูรณ์แบบไม่ได้เลยหากขาดสิ่งก่อสร้างที่เป็นหัวใจสำคัญนั่นคือ ‘ไข่’ ขนาดใหญ่ที่ถูกสร้างขึ้นมาปิดไว้บริเวณข้างบ้านและเป็นพื้นที่เชื่อมต่อระหว่างชั้น 1 กับ ชั้น 2 ซึ่งมีความสูงประมาณ 6.4 เมตร นอกจากนี้ยังเป็นบันไดให้ผู้อยู่อาศัยได้ขึ้นไปยังห้องนอน และยังมีห้องน้ำอยู่บริเวณชั้น 1 อีกด้วย

สำหรับในฤดูร้อนก็มีการออกแบบตัวโครงสร้างให้สามารถรับลมจากภายนอกเข้าสู่ตัวบ้านเพื่อความปลอดโปร่งและช่วยให้บ้านมีความเย็นสบายจากลมที่พัดตลอดเวลา แต่จะมีการจำกัดแสงที่ส่องจากดวงอาทิตย์เพื่อป้องกันความร้อน นอกจากนี้ในฤดูหนาว ตรง Living Room จะได้รับความร้อนจากแสงอาทิตย์และเก็บความร้อนเอาไว้ในดินระหว่างพื้นและประตูบานเลื่อน ทำให้สภาพอากาศภายในบ้านไม่ได้รับผลกระทบจากความหนาวเหน็บด้านนอกมากเกินไป

จากแค่แนวคิดที่ต้องการท้าทายความเชื่ออะไรบางอย่างสู่สิ่งก่อสร้างสุดว้าวที่เตือนใจให้คนที่มีชีวิตอยู่ระลึกเสมอว่าความตายใกล้เรามากกว่าที่คิด ทำให้เราใช้ชีวิตทุกวันได้อย่างคุ้มค่า อีกทั้งยังสร้างประโยชน์ต่อชุมชน กลายเป็นห้องสมุดที่คอยเปิดต้อนรับคนในชุมชนให้เข้ามานั่งอ่านหนังสือด้วย 

Credit รูปภาพ : archello.com